ยังไม่ผ่านทดลองงานแล้วลาป่วยหรือลากิจต้องไม่ได้ค่าจ้างหรือไม่? สถานะทดลองงานไม่ได้ทำให้ลูกจ้างอยู่นอกความคุ้มครองของกฎหมาย สิทธิวันลาและค่าจ้างต้องพิจารณาตามประเภทการลา ส่วนสวัสดิการเพิ่มเติมของบริษัทต้องอ่านเงื่อนไขแยกกัน ไม่ควรใช้คำว่า “ยังไม่ผ่านโปร” เป็นเหตุหักเงินทุกกรณี [1][2][3]
อัปเดตและตรวจแหล่งข้อมูล: 28 ตุลาคม 2569
คำถามเรื่องทำงานเพียงหนึ่งสัปดาห์ ชี้ให้เห็นความเข้าใจผิดที่ใหญ่กว่า
ในกระทู้กระทรวงแรงงาน มีผู้ถามว่าทำงานช่วงทดลองงานหนึ่งสัปดาห์แล้วลาออก จะได้รับค่าจ้างหรือไม่ คำตอบบัญชีหน่วยงานยืนยันสถานะลูกจ้างและสิทธิค่าจ้างสำหรับงานที่ทำ [1] ประเด็นที่นำมาขยายต่อได้คือ การประเมินว่าเหมาะกับงานหรือยัง กับการเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย ไม่ได้เริ่มพร้อมกันเมื่อบริษัทประกาศผ่านโปร
สำหรับเจ้าของกิจการ การทดลองงานช่วยให้มีช่วงติดตามผลงาน สำหรับคนทำเงินเดือน วันที่เริ่มจ้างกลับเป็นข้อมูลที่ต้องบันทึกตั้งแต่เริ่มงาน หากใช้วันผ่านโปรเป็นจุดเริ่มสิทธิทั้งหมด ทั้งทะเบียนและการคำนวณอาจตั้งต้นผิด
ลาป่วย: แยกสิทธิหยุดจากจำนวนวันที่ได้รับค่าจ้าง
ข้อมูลที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานชี้แจงผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมระบุว่า ลูกจ้างทดลองงานมีสิทธิลาป่วยและรับค่าจ้างระหว่างลาป่วยเช่นเดียวกับลูกจ้างประเภทอื่น โดยสิทธิลาป่วยเป็นไปตามที่ป่วยจริง ส่วนการจ่ายค่าจ้างอยู่ในขอบเขตไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปีตามกฎหมาย [2]
จึงควรระวังการพูดว่า “ลาป่วยได้ 30 วัน” เพราะทำให้สองเรื่องกลายเป็นเรื่องเดียว การป่วยจริงเกินขอบเขตจ่ายค่าจ้างไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทันทีว่าเป็นการขาดงานโดยไม่มีเหตุ
ส่วนหลักฐานการป่วย คำตอบกระทรวงแรงงานที่อ้างมาตรา 32 ระบุว่า เมื่อลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้แสดงใบรับรองแพทย์ตามประเภทที่กฎหมายกำหนด [4] ไม่ควรนำเกณฑ์นี้ไปย่อเป็นคำสั่งว่า “ไม่มีใบรับรองแพทย์วันแรกจึงไม่ได้ค่าจ้าง” โดยไม่ตรวจข้อเท็จจริงและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
ลากิจจำเป็นกับสวัสดิการหลังผ่านโปรเป็นคนละเรื่อง
คู่มือกระทรวงแรงงานอธิบายสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นไม่น้อยกว่าสามวันทำงานต่อปี และการได้รับค่าจ้างไม่เกินสามวันทำงานต่อปีตามมาตรา 34 และ 57/1 โดยกล่าวถึงลูกจ้างทดลองงานด้วย [3]
บริษัทอาจมีสวัสดิการเพิ่มเติม เช่น ประกันกลุ่มหรือเงินช่วยเหลือบางรายการหลังผ่านโปร แต่ต้องตรวจเงื่อนไขและความชอบด้วยกฎหมายของแต่ละรายการ การมีเงื่อนไขหนึ่งไม่ได้ทำให้เลื่อนสิทธิขั้นต่ำทุกอย่างไปพร้อมกัน
ตารางนี้เป็นแนวจัดหมวดข้อมูลของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อสรุปสิทธิของทุกสวัสดิการ
| สิ่งที่กำลังพิจารณา | คำถามที่ต้องตอบก่อนทำเงินเดือน |
|---|---|
| วันลาป่วย | ป่วยจริงช่วงใด มีข้อมูลสนับสนุนอะไร ใช้วันจ่ายค่าจ้างสะสมไปเท่าไร |
| ลากิจธุระอันจำเป็น | เหตุและขั้นตอนตรงกับสิทธิและข้อบังคับที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ |
| วันหยุดพักผ่อนประจำปี | อายุงานและข้อตกลงเป็นอย่างไร ไม่ใช้เกณฑ์ลาป่วยแทน |
| สวัสดิการเพิ่มเติม | เอกสารกำหนดผู้มีสิทธิ วันเริ่ม และเงื่อนไขไว้อย่างไร |
ตัวอย่าง: ช่อง “ไม่ผ่านโปร” ไม่ควรสั่งหักเงินทั้งเดือน
สมมติพนักงานเริ่มงานเดือนนี้ ป่วยหนึ่งวัน มีการแจ้งและตรวจข้อเท็จจริงแล้ว หากฝ่ายบุคคลส่งเพียงรหัส “ไม่มาทำงาน” ให้ฝ่ายเงินเดือน โปรแกรมอาจหักตามจำนวนวันได้ทันที แต่ข้อมูลต้นทางยังไม่บอกว่าวันนั้นเป็นวันลาประเภทใดและมีสิทธิค่าจ้างอย่างไร
ข้อเสนอของผู้เขียนคือให้ข้อมูลผ่านสามขั้น: บันทึกเหตุการณ์ว่าไม่มาทำงาน ตรวจว่าเป็นการลาประเภทใด แล้วจึงกำหนดผลต่อค่าจ้าง ห้ามกระโดดจาก “ยังไม่ผ่านโปร” ไป “หักหนึ่งวัน” โดยไม่มีขั้นตรวจสิทธิ
ในตารางติดตาม ควรแยกวันเริ่มงาน วันประเมินผล และสถานะผ่านโปรเป็นคนละช่อง เพื่อไม่ให้วันประเมินที่เลื่อนไปทำให้ประวัติการจ้างเปลี่ยนตาม ตัวอย่างนี้เป็นแนวจัดข้อมูล ไม่ใช่การอ้างว่าไฟล์เงินเดือนรุ่นใดวินิจฉัยสิทธิให้อัตโนมัติ
ประเมินผลงานได้ แต่ควรประเมินจากหลักฐานที่ตรงกับงาน
เจ้าของอาจยังต้องพิจารณาความตรงต่อเวลา คุณภาพงาน หรือการทำตามขั้นตอนแจ้งลา แต่การคุยเรื่องผลงานควรระบุพฤติกรรมและผลกระทบที่ตรวจได้ แยกจากคำถามว่าแต่ละวันได้รับค่าจ้างหรือไม่
การแยกสองเรื่องช่วยให้พนักงานเข้าใจสิ่งที่ต้องปรับปรุง และช่วยให้บริษัทไม่ใช้ยอดเงินเดือนเป็นเครื่องมือประเมินโดยไม่มีคำอธิบาย ทั้งนี้ บทความไม่ได้รับรองว่าการเลิกจ้างในสถานการณ์ใดชอบด้วยกฎหมาย หากจะสิ้นสุดการจ้าง ต้องตรวจเรื่องการบอกกล่าว ค่าชดเชย และข้อเท็จจริงอื่นอีกครั้ง
คุยเรื่องสิทธิตั้งแต่วันเริ่มงาน ลดงานย้อนแก้ปลายเดือน
เอกสารปฐมนิเทศควรแยกให้เห็นว่าสิทธิใดเป็นเรื่องวันลา รายการใดเป็นสวัสดิการตามเงื่อนไข และติดต่อใครเมื่อข้อมูลผิด ไม่ควรเหลือเพียงประโยคว่า “สิทธิทุกอย่างได้หลังผ่านโปร”
หากนำข้อมูลไปใช้ใน Sheetable Payroll PRO หรือไฟล์อื่น ผู้รับผิดชอบยังต้องตรวจประเภทวันและรายการก่อนกรอก เครื่องมือช่วยคำนวณตามข้อมูลและขอบเขตที่รองรับ ไม่ได้แทนการพิจารณาสิทธิการลาของบริษัท
คำถามที่พบบ่อย
ทำงานไม่ครบเดือน มีสิทธิค่าจ้างสำหรับวันที่ทำหรือไม่
คำตอบกระทรวงแรงงานต่อกรณีทดลองงานยืนยันสิทธิดังกล่าว แต่กำหนดจ่ายต้องตรวจตามงวดที่เกี่ยวข้อง [1]
ใช้วันลาทุกอย่างได้เหมือนกันตั้งแต่วันแรกหรือไม่
ไม่ควรเหมารวม วันลาแต่ละประเภทมีหลักและเงื่อนไขต่างกัน บทความนี้เน้นลาป่วยและลากิจจำเป็น ไม่ได้สรุปว่าสิทธิวันหยุดทุกชนิดมีเงื่อนไขเดียวกัน
กฎบริษัทเขียนว่าไม่จ่ายค่าลาป่วยจนผ่านโปร ต้องทำตามก่อนหรือไม่
ควรให้ผู้รับผิดชอบตรวจเทียบกฎหมาย ไม่ถือว่าข้อความในระเบียบทำให้ตัดสิทธิขั้นต่ำได้ หากมีข้อโต้แย้งให้นำเอกสารและข้อมูลการลาไปปรึกษาพนักงานตรวจแรงงาน [2][4]
บทความนี้กล่าวถึงลูกจ้างภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงานทั่วไป ไม่ครอบคลุมกฎหมายเฉพาะของการจ้างทุกประเภท และไม่ใช่คำปรึกษาคดีเฉพาะราย
แหล่งอ้างอิง
[1] กระทรวงแรงงาน, ลาออกนายจ้างมีสิทธิไม่จ่ายเงินเดือนไหม หน้า 3 — คำถามทำงานทดลองงานหนึ่งสัปดาห์แล้วลาออก และคำตอบเรื่องสถานะลูกจ้าง
[2] ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย, ข่าวปลอมเรื่องลูกจ้างทดลองงานไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างลาป่วย วันที่ 9 ตุลาคม 2564 — หน่วยงานตรวจสอบ: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
[3] กระทรวงแรงงาน, คู่มือการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาการร้องเรียน/ร้องทุกข์ — คำถามข้อ 4 เรื่องลากิจจำเป็นและลูกจ้างทดลองงาน ใช้เฉพาะประเด็นนี้ ไม่ยกข้อมูลสิทธิประเภทอื่นในคู่มือเก่ามาเป็นอัตราปัจจุบัน
[4] กระทรวงแรงงาน, ขอคำปรึกษา หน้า 4 — คำตอบที่อ้างมาตรา 32 และ 57 เรื่องลาป่วยและหลักฐาน
ตรวจอ่านวันที่ 28 ตุลาคม 2569 แหล่งเหล่านี้มีอายุหลายปี ใช้ตรวจประเด็นเฉพาะที่ระบุ ไม่อ้างว่าได้ตรวจฉบับรวมกฎหมายทุกมาตราแล้ว
