กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569 เลื่อนอีกไหม ใครต้องหัก หักเท่าไหร่ (พร้อมตัวอย่างและสูตร Excel)

ตอบสั้นๆ ก่อน: กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ไม่ได้เลื่อนอีก ถ้ากิจการของคุณมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) คุณต้องหักเงินลูกจ้าง 0.25% ของค่าจ้าง และนายจ้างจ่ายสมทบอีก 0.25% แล้วนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป รอบแรกคือค่าจ้างเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งต้องนำส่งภายใน 15 พฤศจิกายน 2569

บทความนี้สรุปเฉพาะสิ่งที่เจ้าของกิจการต้องรู้เพื่อหักเงินเดือนให้ถูก: ใครต้องหัก หักจากเงินก้อนไหน ตัวอย่างตัวเลข และวิธีใส่ในไฟล์ Excel

อัปเดตล่าสุด: ตุลาคม 2569 · ข้อมูลอ้างอิงจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสรุปของสำนักงานบัญชี/กฎหมาย ตรวจประกาศล่าสุดก่อนใช้งานจริงทุกครั้ง

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569 เลื่อนอีกไหม

ไม่เลื่อนแล้ว คนที่ยังสับสนเพราะกฎนี้เคยถูกเลื่อนมาก่อนจริง เดิมกำหนดเริ่ม 1 เมษายน 2568 แล้วเลื่อนเป็น 1 ตุลาคม 2568 และคณะรัฐมนตรีเลื่อนอีกครั้งเป็น 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มใช้จริง ข่าวเรื่อง “เลื่อน” ที่ค้นเจอส่วนใหญ่เป็นข่าวเก่าของรอบก่อนหน้า

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คือ อะไร

เป็นเงินออมภาคบังคับของลูกจ้างที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลูกจ้างสะสมส่วนหนึ่ง นายจ้างสมทบอีกส่วนเท่ากัน เมื่อลูกจ้างออกจากงานไม่ว่าด้วยเหตุใด ลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือเกษียณ ลูกจ้างขอรับเงินก้อนนี้คืนได้ ถ้าลูกจ้างเสียชีวิต เงินจะตกแก่ผู้ที่ลูกจ้างระบุไว้

ใครต้องหัก

กิจการของคุณต้องหักไหม
ลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป และไม่มี PVDต้องหัก (บังคับ)
ลูกจ้างน้อยกว่า 10 คนไม่บังคับ สมัครเข้าร่วมเองได้ถ้านายจ้างกับลูกจ้างตกลงกัน
มี PVD ให้ลูกจ้างทุกคนแล้วไม่ต้องหักกองทุนนี้
มี PVD แต่ลูกจ้างบางคนไม่ได้เป็นสมาชิกลูกจ้างที่ไม่ได้อยู่ใน PVD ต้องเข้ากองทุนนี้ กรณีนี้ควรสอบถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่

กิจการบางประเภทอยู่นอกบังคับ เช่น มูลนิธิ สมาคม งานเกษตรบางประเภท ถ้าไม่แน่ใจว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ หรือไม่แน่ใจวิธีนับจำนวนลูกจ้าง ให้ถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดของคุณโดยตรง

หักเท่าไหร่ และหักจากเงินก้อนไหน

ช่วงเวลาลูกจ้างจ่ายนายจ้างจ่าย
1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 25740.25% ของค่าจ้าง0.25% ของค่าจ้าง
ตั้งแต่ 1 ต.ค. 25740.50% ของค่าจ้าง0.50% ของค่าจ้าง

จุดที่คนพลาดบ่อยคือฐานที่ใช้คิด กองทุนนี้คิดจาก “ค่าจ้าง” ตามความหมายของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งไม่ใช่รายได้ทุกบาทที่จ่ายให้พนักงาน

  • นับรวม: เงินเดือน หรือค่าจ้างรายวันตามวันที่จ่ายจริง · เงินที่จ่ายประจำทุกเดือนในจำนวนแน่นอน เช่น ค่าตำแหน่ง เบี้ยเลี้ยงประจำ · ค่าจ้างในวันหยุดหรือวันลาที่ได้รับค่าจ้าง · คอมมิชชั่นที่ได้ตั้งแต่บาทแรกของยอดขาย
  • ไม่นับ: ค่าล่วงเวลา (OT) · ค่าทำงานในวันหยุด · โบนัส · เบี้ยขยัน · เงินที่จ่ายเป็นครั้งคราวหรือจ่ายตามการใช้จริง · คอมมิชชั่นจูงใจที่ต้องทำยอดถึงเป้าก่อน
  • ไม่มีเพดาน: ต่างจากประกันสังคมที่คิดสูงสุดแค่ค่าจ้าง 17,500 บาท กองทุนนี้คิดจากค่าจ้างเต็มจำนวน ไม่มีขั้นต่ำและขั้นสูง

ตัวอย่างคำนวณ

พนักงานค่าจ้างที่ใช้คิดลูกจ้างจ่าย (0.25%)นายจ้างจ่าย (0.25%)
รายเดือน เงินเดือน 12,000 บาท12,00030.0030.00
รายเดือน เงินเดือน 15,000 + OT 3,00015,000 (ไม่รวม OT)37.5037.50
รายเดือน เงินเดือน 30,000 + ค่าตำแหน่ง 3,000 + โบนัส 10,00033,000 (ไม่รวมโบนัส)82.5082.50
รายวัน 400 บาท × 26 วัน10,40026.0026.00

สังเกตแถวที่ 3: ถ้าคิดแบบเดียวกับประกันสังคม คุณจะหักได้แค่จากฐาน 17,500 บาท แต่กองทุนนี้ไม่มีเพดาน จึงคิดเต็ม 33,000 บาท นี่คือเหตุผลที่ใช้สูตรเดียวกับประกันสังคมทั้งหมดไม่ได้

ต้นทุนเพิ่มของนายจ้างคือ 0.25% ของค่าจ้างรวมทั้งบริษัท ถ้าค่าจ้างรวมทั้งเดือน 300,000 บาท นายจ้างจ่ายสมทบเพิ่ม 750 บาทต่อเดือน และนำส่งรวมกับส่วนที่หักลูกจ้างอีก 750 บาท เป็น 1,500 บาท

นำส่งเมื่อไหร่ ที่ไหน

  • กำหนดส่ง: ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หักทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง
  • แบบฟอร์ม: สกล.3 สำหรับนายจ้างที่อยู่ในบังคับ · สกล.3/1 สำหรับกิจการที่สมัครใจเข้าร่วม · สกล.5 สำหรับลูกจ้างระบุผู้รับเงินกรณีเสียชีวิต
  • ช่องทาง: ระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือยื่นที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด / กรุงเทพมหานครในพื้นที่
  • ส่งช้าหรือส่งไม่ครบ: ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของยอดที่ค้าง

ใส่ในไฟล์เงินเดือน Excel ยังไง

ถ้าคุณทำเงินเดือนใน Excel เอง ต้องเพิ่มอย่างน้อย 3 อย่าง

  1. คอลัมน์ฐานกองทุน แยกจากรายได้รวม: เงินเดือน + เบี้ยประจำ + รายได้ประจำอื่น − รายการหักก่อนคำนวณ โดยไม่บวก OT และโบนัส
  2. เซลล์อัตราในหน้าตั้งค่า ใส่ 0.25% ไว้ที่เดียว แล้วให้ทุกเดือนอ้างอิงเซลล์นี้ ปี 2574 จะได้แก้ที่เดียว
  3. สวิตช์เปิด/ปิด สำหรับกิจการที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ 10 คน

สูตรต่อคน สมมติฐานกองทุนอยู่คอลัมน์ F อัตราอยู่ที่เซลล์ ตั้งค่า!B2 และสวิตช์อยู่ที่ ตั้งค่า!B1

=IF(OR(ตั้งค่า!$B$1<>"เปิด",F5<=0),0,ROUND(F5*ตั้งค่า!$B$2,2))

ห้ามใช้ MIN หรือ MEDIAN คุมเพดานเหมือนสูตรประกันสังคม เพราะกองทุนนี้ไม่มีเพดาน และอย่าลืมเพิ่มยอดกองทุนลงในสลิป ใบสรุปเงินเดือน และรายงานนำส่งรายเดือน ให้ยอดในทุกเอกสารตรงกัน

คู่มือเงินเดือนครบทุกเรื่องสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ทำเงินเดือนเอง: ทำเงินเดือนด้วย Excel หรือโปรแกรมสำเร็จรูป

ถ้าไม่อยากเพิ่มคอลัมน์และสูตรเอง ไฟล์ Sheetable Payroll ทั้ง 3 รุ่นมีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในตัว เปิด/ปิดทั้งไฟล์ได้จากหน้าตั้งค่า แก้อัตราได้ คิดจากฐานที่ไม่รวม OT และโบนัส และยอดไปต่อถึงสลิปกับข้อมูลนำส่งรายเดือนให้เอง ไฟล์ไม่ได้นับให้ว่าครบ 10 คนหรือยัง คุณเป็นคนเปิดสวิตช์เอง และออกแบบสำหรับกิจการที่ไม่มี PVD

ดูว่ารุ่นไหนเหมาะกับวิธีเก็บข้อมูลของคุณ →

คำถามที่พบบ่อย

ธุรกิจมีลูกจ้าง 8 คน ต้องหักกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไหม

ไม่บังคับ กิจการที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คนสมัครเข้าร่วมเองได้ถ้านายจ้างกับลูกจ้างตกลงกัน เมื่อจำนวนลูกจ้างถึง 10 คนให้ตรวจกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดว่าต้องเริ่มเมื่อไร

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคิดจาก OT ด้วยไหม

ไม่คิด ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด โบนัส และเบี้ยขยันไม่นับเป็นฐาน คิดจากค่าจ้างปกติและเงินที่จ่ายประจำในจำนวนแน่นอนเท่านั้น

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีเพดานเหมือนประกันสังคมไหม

ไม่มี ประกันสังคมคิดจากค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท แต่กองทุนนี้คิดจากค่าจ้างเต็มจำนวน ไม่มีขั้นต่ำและขั้นสูง

ต้องนำส่งเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างภายในวันที่เท่าไร

ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ค่าจ้างเดือนตุลาคม 2569 ต้องนำส่งภายใน 15 พฤศจิกายน 2569 ถ้าส่งช้าหรือไม่ครบต้องจ่ายเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของยอดที่ค้าง

ลูกจ้างลาออกแล้วได้เงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืนไหม

ได้ เมื่อสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างไม่ว่าด้วยเหตุใด ลูกจ้างขอรับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์คืนได้

แหล่งข้อมูล

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยจัดเตรียมการคำนวณ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย กรณีเฉพาะของกิจการให้ตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

Scroll to Top