การบันทึกเงินเบิกเกินบัญชี (OD) ใน Smart BizFlow


1. ยอดยกมาใน Tab SetUp

วัตถุประสงค์:
การบันทึกยอดยกมาใน Tab SetUp มีจุดประสงค์เพื่อสะท้อนสถานะทางการเงินที่แท้จริง ณ วันเริ่มต้น โดยเฉพาะกรณีที่กิจการมีการใช้ OD ในงวดก่อนหน้า

หลักการ:

  • หากมียอดเงินเบิกเกินบัญชี (OD) ค้างอยู่ ณ วันเริ่มต้นงวด ให้ระบุเป็น ยอดเงินติดลบ
    ตัวอย่าง:
    • หากยอดเงินสดในบัญชีกระแสรายวัน = 0 บาท แต่มีการใช้ OD จำนวน 300,000 บาท
      • บันทึกยอดยกมาใน Tab SetUp: -300,000 บาท

เหตุผล:
การบันทึกยอดติดลบช่วยให้การกระทบยอดเงินสดถูกต้อง โปร่งใส และสะท้อนสถานะของบัญชีธนาคาร ณ วันเริ่มต้นงวด


2. การบันทึกใน Tab กระแสเงินสด

หลักการ:
การใช้ OD จะต้องบันทึกใน 2 กิจกรรม คือ Operating Activities และ Financing Activities เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนและสะท้อนการเคลื่อนไหวของเงินสดที่แท้จริง

ตัวอย่างการบันทึก:

  1. เมื่อมีการใช้จ่ายจาก OD:

    • 1/1/68: จ่ายค่าจ้างผู้รับเหมา จำนวน 200,000 บาท
      • บันทึกในหมวด Operating Activities (เงินออก)
  2. บันทึกการใช้ OD:

    • 1/1/68: รับเงิน OD จำนวน 200,000 บาท
      • บันทึกในหมวด Financing Activities (เงินเข้า)

หมายเหตุ:

  • การบันทึกการใช้ OD สามารถทำได้ทันที หรือบันทึกย้อนหลังได้ตามความเหมาะสม
  • ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับวันที่ใน Tab กระแสเงินสด ระบบจะคำนวณข้อมูลได้ถูกต้อง

3. การจ่ายคืน OD ระหว่างปี

หลักการ:
เมื่อมีการจ่ายคืน OD ให้บันทึกในหมวด Financing Activities เพื่อสะท้อนการลดลงของหนี้สิน

ตัวอย่างการบันทึก:

  • 15/2/68: จ่ายคืนวงเงิน OD จำนวน 300,000 บาท
    • บันทึกในหมวด Financing Activities (เงินออก)

4. สถานะของบัญชีธนาคารและ OD

กรณีไม่มีเงินสดในบัญชี:

  • หากเงินสดในบัญชีกระแสรายวันหมด ยอดเงินในบัญชีจะเป็น 0 บาท
  • การใช้ OD จะเพิ่มยอดเงินสดในบัญชีชั่วคราวผ่านการบันทึก Financing Activities

กรณีใช้ OD มาตั้งแต่งวดก่อนหน้า:

  • ยอดเงินในบัญชีกระแสรายวัน ณ วันเริ่มต้น จะยังคง ติดลบ เท่ากับยอด OD ที่ใช้ไปในงวดก่อนหน้า
  • เมื่อมีการจ่ายคืน OD ระหว่างปี ยอดเงินสดในบัญชีจะกลับมาเป็น 0 บาท ตามปกติ

กรณีไม่มีการใช้ OD ใหม่:

  • หากไม่มีการใช้ OD เพิ่มเติม ยอดเงินสดในบัญชีจะสะท้อนสถานะเงินสดจริง และยอดหนี้สินจาก OD จะค่อยๆ ลดลงตามการจ่ายคืน

สรุปประโยชน์ของการบันทึกตามหลักการนี้:

  1. สะท้อนสถานะเงินสดที่แท้จริง:
    ช่วยให้ทราบว่ากิจการมีเงินสดในบัญชีธนาคารเท่าใด และส่วนใดเป็นเงินจาก OD

  2. การกระทบยอดง่ายขึ้น:
    การแยกกิจกรรม Operating และ Financing ช่วยให้การวิเคราะห์กระแสเงินสดและการกระทบยอดแม่นยำ

  3. สนับสนุนการวางแผนการเงิน:
    เจ้าของกิจการสามารถมองเห็นสถานะการใช้ OD และวางแผนการจ่ายคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  4. โปร่งใส:
    การบันทึก OD แยกตามกิจกรรมช่วยเพิ่มความโปร่งใส และทำให้เจ้าของกิจการเข้าใจสถานะทางการเงินโดยรวมได้ง่ายขึ้น


ตัวอย่างภาพรวมการบันทึก:

วันที่รายการกิจกรรมเงินเข้า (บาท)เงินออก (บาท)
1/1/68ค่าจ้างผู้รับเหมาOperating Activities 200,000
1/1/68รับเงินกู้ ODFinancing Activities200,000 
15/2/68จ่ายคืนเงิน ODFinancing Activities 300,000

แนวทางเพิ่มเติม:

หากกิจการมีการใช้ OD อย่างสม่ำเสมอ ควรตรวจสอบยอดคงเหลือในบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนการใช้ OD และการจ่ายคืนอย่างมีประสิทธิภาพ

Scroll to Top