ตัวอย่างชื่อรายการของแต่ละกิจกรรมเงินสด เพื่อป้องกันความสับสนในการบันทึก:
Financing Activities
กิจกรรมเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนหรือชำระคืนเงินทุน
- รับเงินกู้ OD (เงินเข้า)
- จ่ายคืน OD (เงินออก)
- ดอกเบี้ยเงินกู้ (เงินออก)
- ค่าธรรมเนียมเงินกู้ (เงินออก)
- เงินเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น (เงินเข้า)
- จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น (เงินออก)
Investing Activities
กิจกรรมเกี่ยวกับการลงทุนหรือขายสินทรัพย์ถาวร
- ซื้อเครื่องจักร (เงินออก)
- ตกแต่งหน้าร้าน (เงินออก)
- ซื้อที่ดิน (เงินออก)
- ขายเครื่องจักรเก่า (เงินเข้า)
- ลงทุนในระบบ IT (เงินออก)
- ขายทรัพย์สินถาวร (เงินเข้า)
หมายเหตุ: สำหรับกิจกรรม Investing การบันทึกมักรวมยอดเป็นชื่อรายการใหญ่ เช่น “ตกแต่งหน้าร้าน” โดยไม่แยกรายการย่อย เช่น ค่าเฟอร์นิเจอร์, ค่าทาสี, หรือค่าติดตั้งไฟฟ้า
Operating Activities
กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานประจำของธุรกิจ
- ค่าจ้างพนักงาน (เงินออก)
- ค่าเช่าสำนักงาน (เงินออก)
- วัตถุดิบ (เงินออก)
- ค่าไฟฟ้า (เงินออก)
- ค่าน้ำมันรถขนส่ง (เงินออก)
- ค่าโฆษณา Facebook (เงินออก)
- รับเงินจากการขายสินค้า (เงินเข้า)
- รับเงินจากการให้บริการ (เงินเข้า)
โอนย้ายบัญชี (Transfer Activities)
กิจกรรมโอนเงินระหว่างบัญชีภายในธุรกิจ (ไม่ใช่การรับหรือจ่ายเงินสดจากภายนอก)
- โอนเงินจากบัญชีสำรองฉุกเฉินไปบัญชีค่าใช้จ่าย (เงินเข้า-ออกในบัญชีที่เกี่ยวข้อง)
- โอนเงินจากบัญชี Operating ไปบัญชีลงทุน (เงินเข้า-ออกในบัญชีที่เกี่ยวข้อง)
การจัดการเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous)
สำหรับรายการที่ไม่ได้เกิดเป็นประจำและอาจไม่เข้าพวกกิจกรรมหลัก
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมที่ไม่คาดคิด (เงินออก)
- รายได้เบ็ดเตล็ด เช่น เงินจากการขายทรัพย์สินเล็กน้อย (เงินเข้า)
ข้อแนะนำการตั้งชื่อรายการ
- เลือกคำที่ชัดเจนและตรงประเด็น เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจเมื่อย้อนกลับมาดูในภายหลัง
- หลีกเลี่ยงคำกว้างเกินไป เช่น “ค่าใช้จ่ายทั่วไป” ควรระบุให้ชัดว่าเป็น “ค่าเช่าสำนักงาน” หรือ “ค่าจ้างพนักงาน”
- ใช้คำที่สอดคล้องกับกิจกรรม เช่น หากเป็นกิจกรรม Financing ควรใช้คำที่แสดงถึงการกู้ยืมหรือคืนเงิน เช่น “จ่ายคืนเงินกู้”
ตัวอย่างเหล่านี้สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ และช่วยลดความสับสนในการบันทึกข้อมูล
