ตอบสั้นๆ ก่อน: วิธีที่ใช้กันมากคือ เงินเดือน ÷ 30 × จำนวนวันตามปฏิทินที่เป็นพนักงานในเดือนนั้น (ไม่เกิน 30 วัน) เช่น เงินเดือน 18,000 เริ่มงาน 16 ตุลาคม เป็นพนักงาน 16 วัน ได้ 9,600 บาท ประกันสังคมคิดจากเงินที่จ่ายจริง 9,600 ส่วนภาษีต้องคิดจากรายได้เฉพาะเดือนที่ทำงานจริง ไม่ใช่เงินเดือนเต็มคูณ 12 พนักงานรายวันง่ายกว่า คือจ่ายตามวันที่มาทำงาน
อัปเดตล่าสุด: ตุลาคม 2569 · วิธีคิดสัดส่วนควรเขียนไว้ในระเบียบหรือสัญญาจ้าง และใช้แบบเดียวกันทุกคน
ตัวอย่างพนักงานรายเดือน เงินเดือน 18,000 (วันละ 600)
| กรณี | วันที่เป็นพนักงาน | เงินเดือนเดือนนั้น |
|---|---|---|
| เริ่มงาน 16 ต.ค. (เดือนมี 31 วัน) | 16 – 31 = 16 วัน | 600 × 16 = 9,600 |
| ลาออก วันทำงานสุดท้าย 10 ต.ค. | 1 – 10 = 10 วัน | 600 × 10 = 6,000 |
| เริ่มงาน 15 ก.พ. (เดือนมี 28 วัน) | 15 – 28 = 14 วัน | 600 × 14 = 8,400 |
| ทำงานเต็มเดือน ก.พ. | ทั้งเดือน | 18,000 (เต็มเดือน ไม่คิดตามวัน) |
วันสุดท้ายให้ใช้วันสุดท้ายที่ทำงานจริง ไม่ใช่วันที่ใบลาออกมีผล ถ้าสองวันนี้ต่างกัน
มีวิธีอื่นไหม
มี บางบริษัทหารด้วยวันทำงานของเดือนนั้น หรือใช้ 30 ลบวันที่ไม่ได้เป็นพนักงาน ผลจะต่างกันไม่กี่ร้อยบาท ประเด็นสำคัญคือเลือกวิธีเดียวแล้วใช้กับทุกคนทุกเดือน และไม่จ่ายต่ำกว่าค่าจ้างของวันที่ทำงานจริง
ประกันสังคมคนเข้า-ออกกลางเดือน
- ฐานคือค่าจ้างที่จ่ายจริงในเดือนนั้น เริ่มงาน 16 ต.ค. ฐาน 9,600 หัก 5% = 480 บาท
- ถ้าทำงานแค่ไม่กี่วันจนค่าจ้างต่ำกว่า 1,650 ใช้ฐาน 1,650 หัก 83 บาท
- คนใหม่ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มงาน คนลาออกต้องแจ้งออกภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
รายละเอียดฐานประกันสังคมอยู่ใน ประกันสังคมหักเท่าไหร่
ภาษีคนที่ทำงานไม่ครบปี
เข้างานกลางปี: ประมาณรายได้ทั้งปีจากเดือนที่จะทำงานจริงเท่านั้น เริ่มงาน 16 ต.ค. รายได้ทั้งปีคือ 9,600 + 18,000 × 2 = 45,600 บาท ยังไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี ถ้าเอา 18,000 × 12 จะหักภาษีโดยไม่ควรหัก
ลาออกกลางปี: เดือนสุดท้ายให้คิดภาษีจากรายได้จริงทั้งหมดที่จ่ายในปี แล้วปรับยอดที่หักให้ตรง จากนั้นออก 50 ทวิ ให้ภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน
วิธีคิดภาษีรายเดือนแบบสะสมอยู่ใน ภาษีเงินเดือนคิดยังไง
ทำใน Excel
ใส่วันเริ่มงาน (P5) และวันทำงานสุดท้าย (Q5) ในทะเบียนพนักงาน แล้วนับวันที่เป็นพนักงานในรอบ (D2 = วันเริ่มรอบ, E2 = วันสิ้นสุดรอบ)
วันที่เป็นพนักงาน =MAX(0,MIN(E$2,IF(Q5="",E$2,Q5))-MAX(D$2,IF(P5="",D$2,P5))+1)
เต็มรอบไหม =AND(OR(P5="",P5<=D$2),OR(Q5="",Q5>=E$2))
เงินเดือนเดือนนี้ =IF(เต็มรอบ,C5,ROUND(C5/30*MIN(30,วันที่เป็นพนักงาน),2))
แทนคำว่า “เต็มรอบ” และ “วันที่เป็นพนักงาน” ด้วยเซลล์ที่ใส่สูตรนั้นไว้
คู่มือเงินเดือนครบทุกเรื่องสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ทำเงินเดือนเอง: ทำเงินเดือนด้วย Excel หรือโปรแกรมสำเร็จรูป
ไฟล์ Sheetable Payroll มีช่องวันเริ่มงานและวันทำงานสุดท้ายในทะเบียนพนักงาน คิดสัดส่วนเงินเดือนแบบหาร 30 ให้ทุกเดือน คิดภาษีจากเดือนที่เป็นพนักงานจริง และปรับยอดภาษีในเดือนสุดท้ายให้
คำถามที่พบบ่อย
วิธีที่ใช้กันมากคือ เงินเดือน ÷ 30 × จำนวนวันตามปฏิทินที่เป็นพนักงานในเดือนนั้น ไม่เกิน 30 วัน เช่น เงินเดือน 18,000 เริ่มงาน 16 ต.ค. ได้ 600 × 16 = 9,600 บาท
จ่ายตามวันที่เป็นพนักงานจนถึงวันทำงานสุดท้ายจริง เช่น ทำงานถึงวันที่ 10 ได้ 10 วัน ถ้าเงินเดือน 18,000 ได้ 6,000 บาท
ต้องคิดจากรายได้เฉพาะเดือนที่ทำงานจริงในปีนั้น หลายกรณีรายได้ทั้งปียังไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ต้องหักภาษี ถ้าคิดจากเงินเดือนเต็มคูณ 12 จะหักเกิน
แหล่งข้อมูล
- สำนักงานประกันสังคม: การขึ้นทะเบียนและแจ้งออกผู้ประกันตน
- กรมสรรพากร: การหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(1)
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยคำนวณ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือภาษี
